บทความ

กำลังแสดงโพสต์ที่มีป้ายกำกับ มายโฮมอุบล

12 ไอเดียของขวัญวันแม่น่ารักๆ

รูปภาพ
12 สิงหาคม เป็นวันแม่ของทุกๆปี แต่บางคนยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรเป็นของขวัญไปเซอร์ไพรส์วันแม่ ร้าน Myhome ได้รวบรวม 12 ไอเดียของขวัญที่จะทำให้คุณแม่ของคุณประทับใจแน่นอน 1.พวงมาลัยมะลิ ดอกมะลิ ทุกคนก็รู้ว่าดอกมะลิ เป็นดอกไม้ประจำวันแม่ ที่สื่อถึงความรักที่บริสุทธิ์ของแม่ที่มีต่อลูกๆ ดังนั้นการมอบพวงมาลัยดอกมะลิก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งที่ทำให้คุณแม่ของคุณประทับใจ 2.การ์ดอวยพร การเขียนการ์ดอวยพรบอกรักแม่ ก็เป็นอีกวิธีที่จะเซอร์ไพรส์แม่ของคุณ 3.เครื่องประดับ เชื่อว่า แม่หลายคนชอบสะสมเครื่องประดับมากๆ ถ้าหากเราซื้อเครื่องประดับก็จะเป็นการเซอร์ไพรส์วันแม่ที่ดีอีกวิธีหนึ่งเลยทีเดียว 4.กระเป๋า วันแม่ปีนี้ถ้าหากคิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรเซอร์ไพรส์แม่ดี กระเป๋าก็เป็นตัวเลือกที่ดี 5.ต้นไม้ การซื้อของขวัญวันแม่เป็นต้นไม้สวยๆ ก็เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางเลือกหนึ่ง แถมยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย 6.ทานอาหารนอกบ้าน ถ้าหากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่ต้องทำงานหาเงิน นานๆครั้งจะได้มาเยี่ยมแม่ การพาท่านไปทานอาหารข้างนอกบ้าน พาท่านไปเปลี่ยนบรรยากาศ ก็จะทำให้ท่านมีความสุขเหมือนกัน ...

5 ข้อดีของการนวดแผนไทย

รูปภาพ
ปัจจุบันการนวดแผนโบราณ หรือการนวดแผนไทยได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นคนเอเชีย คนยุโรป ฝรั่งชาวตะวันตก ถือเป็นศาสตร์การบำบัดที่มีมายาวนาน ที่ช่วยลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย ทำให้ผ่อนคลาย รู้สึกสบาย เพราะกล้ามเนื้อและเส้นประสาทได้รับการนวด คลายความเมื่อยล้า 1. ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนได้ดี เนื่องจากการนวดแผนไทยจะเป็นการนวดตามเส้น สามารถนำออกซิเจนและสารอาหารไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ภายในร่างกายได้อย่างทั่วถึง 2. กระตุ้นการทำงานของระบบประสาทและหลอดเลือด ทำให้ระบบประสาทและหลอดเลือดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดโรคร้ายต่างๆ 3. สร้างภูมิคุ้มกันเชื้อโรค การนวดแผนไทยช่วยกระตุ้นระบบน้ำเหลืองให้ไหลเวียนได้ดี รวมทั้งจัดการเชื้อโรคเก่าได้ 4.ทำให้กล้ามเนื้อ เส้นเอ็น พังผืด ยืดคลายลดอาการเกร็งตัว 5.ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย การนวดแผนไทยไม่ได้ช่วยแค่ทำให้ลดอาการปวดของกล้ามเนื้อหรือระบบประสาทเท่านั้น แต่ยังช่วยรักษาอาการตึงเครียด สบายอารมณ์ สุขภาพจิตดี อารมณ์สงบ นอนหลับได้ง่ายขึ้น และหายจากอาการซึมเศร้าได้ เครดิต : บ้านสวนนวดแผน...

3 เหตุผลที่คุณต้องไปแห่เทียนอุบล

รูปภาพ
การแห่เทียนพรรษานั้นเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนาน ควบคู่กับพระพุทธศาสนาของเรา การแห่เทียนพรรษามีจุดประสงค์เพื่อที่จะนำเทียนจุดบูชาระหว่างเข้าพรรษาของพระภิกษุสงฆ์ และเป็นการสักการะพระพุทธศาสนา !!แล้วทำไมต้องไปหาเทียนพรรษาที่อุบล!! ความสวยงาม ความสวยงามตระการตาของเทียนที่แกะสลักอย่างปราณีต จากช่างที่ฝีมือดีที่สุด ใช้ระยะเวลาในการแกะสลักหลายเดือน จนออกมาสมบูรณ์และสวยงาม น่าตื่นตาตื่นใจ ถ้าคุณยังไม่เคยมา ต้องลองมาสักครั้งในชีวิต บอกเลยว่าคุณจะไม่ผิดหวัง อลังการ ต้องบอกเลยว่าประเพณีแห่เทียนพรรษาที่อุบลนั้น ใหญ่มากกกก มีจำนวนรถแห่เทียนเกือยร้อยคัน ที่วิ่งตามงานเพื่อจะให้ประชาชนได้ชมความงดงามของเทียนแต่ละขบวน เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีขบวนฟ้อนรำหลายร้อยชีวิตที่จะมาฟ้อนรำควบคู่กับรถแห่เทียน บอกเลยอลังการจริงๆ เอกลักษณ์ เอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานีทุกคนก็รู้ๆกันอยู่ว่าคือประเพณีแห่เทียนพรรษา แต่สิ่งที่เหนือกว่านั้นคือ การแสดงเรื่องราวทางพระพุทธศาสนาผ่านเทียนแต่ละชิ้นที่ใช้ทั้งความอดทน ความปราณีต และจินตนาการ เพื่อทำให้เทียนแต่ละชิ้นประกอบกันออกมาดีที่ส...

ว่านหางจระเข้..กินก็ได้ ใช้ทายิ่งดี

รูปภาพ
หลายบ้านปลูก ว่านหางจระเข้ ไว้เป็นไม้ประดับ บางคนก็อาจจะเคยนำมาใช้งานบ้างตาม สรรพคุณ ที่เขาว่ากัน บางคนปลูกไว้ไม่ค่อยรดน้ำแต่กลับดีกับว่านหางจระเข้ เพราะยิ่งอวบอ้วน เพราะเป็นพืชทะเลทรายเลยไม่ค่อยง้อน้ำมากเท่าไร ชื่อสากลของว่านหางจระเข้ที่ฝรั่งมังค่ารู้จักก็คืออะโรเวล่า สรรพคุณทางยาที่รู้จักกันดีคือช่วยรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก เมื่อผิวหนังพอง หรือถูกแดดเผา ความเย็นของเนื้อว่านหางจระเข้ช่วยบรรเทาอาการปวดแสบปวดร้อน ระงับความเจ็บปวดได้ ถ้าใช้สม่ำเสมอจะลดการตกสะเก็ดและอาการคัน รวมทั้งช่วยให้แผลดูดีขึ้น และสามารถบรรเทาอาการโรคนอนไม่หลับ ปวดหัว ผมร่วง โรคเหงือกและฟัน โรคไต จนกระทั่งกระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ ท้องผูก ริดสีดวงทวาร รวมถึงช่วยบำรุงผิวหนัง รักษาผิวด่างดำ และอาการคันที่ผิวหนัง แต่ปัจจุบันมีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ค้นพบว่า ว่านหางจระเข้มีสารอยู่หลายตัวเลยทีเดียว คือ สารอะโลอิน สารอะโลไอโมติน อะโลติน มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อโรคและเชื้อรา ส่วนสารอะโลมิติน มีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเนื้องอก และสารชนิดสุดท้ายคือ สารอะโลอูรซิน ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยสมานแผล และล่าสุดยังพบสารตัวใหม่คือ glycoprotein มี...

ผักคราดหัวแหวน : สมุนไพรสารพัดประโยชน์

รูปภาพ
ผักคราดหัวแหวน เป็น สมุนไพร ที่ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ มีดอกสวย จึงนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับได้ สามารถพบได้ในทุกภาคของไทย ส่วนที่ได้ชื่อว่า “ผักคราดหัวแหวน” นั้น เป็นเพราะมีลักษณะคล้ายหัวแหวน แต่บางคนจะเรียกว่า “ดอกกระดุมทอง” หรือ “ดอกตุ้มหู” ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมองเห็นว่าคล้ายเครื่องประดับชนิดใด และที่ได้ชื่อว่าเป็น “ผัก” นั้น ก็เพราะยอดอ่อนกับใบอ่อนสามารถนำมากินแกล้มกับน้ำพริกและลาบได้ ส่วนคนในภาคเหนือมักนำไปทำเป็นแกงแค คนอีสานจะเอาไปใส่ในอ่อมปลา และอ่อมกบ ส่วนคนทางใต้จะนำผักคราดไปแกงร่วมกับหอยและปลา ซึ่งจะให้รสเผ็ด ชาลิ้น และหวานขม อย่างไรก็ดี สรรพคุณของผักคราดหัวแหวนซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีคือ มีฤทธิ์เป็นยาชา และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ จึงมักนำมาใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้น้ำลายออกมามาก จึงช่วยให้การย่อยอาหารในปากและกระเพาะอาหารดีขึ้น รวมทั้งช่วยรักษาอาการต่อมน้ำลายอักเสบได้ด้วย ที่สำคัญคือ สารสไปแลนทอล (Spilanthol) ในผักคราดหัวแหวนยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อปรสิตในกระแสเลือดได้ จึงช่วยป้องกันโรคมาลาเรีย นอกจากนี้ รสเผ็ดร้อนของผักคราดหัวแหวนยังช่วยในการขับลม และรักษาอาการท้...

“ขมิ้นอ้อย” ยอดสมุนไพรที่ควรรู้จัก

รูปภาพ
ขมิ้นอ้อย เป็น สมุนไพร ที่หลายคนรู้จักกันดี โดยมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไปตามแต่ละภาค คือถ้าเป็นภาคกลางจะเรียก "ว่านเหลือง" ถ้าเป็นภาษาละว้าจะเรียก "สากเบือ" ภาษาเหนือเรียก "ขมิ้นขึ้น"เชียงใหม่เรียก "แฮ้วดำ" ภาษาเขมรเรียก "ละเมียด" ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma zedoaria (Berg) Roscoe ชื่อสามัญ : Zedoary, Luya-Luyahan วงศ์ : Zingiberaceae ลักษณะของ ขมิ้นอ้อย ต้น : ขมิ้นอ้อย เป็นไม้ล้มลุกสูง 50-70 ซม. ลักษณะคล้ายขมิ้นชัน แต่ต้นสูงกว่า ขนาดเหง้าและใบใหญ่กว่า โดยเหง้าใต้ดินจะโผล่ขึ้นมาเหนือดินเล็กน้อย มีเนื้อในสีเหลืองอมส้ม กลีบดอกสีนวล มีกลิ่นหอม ใบ : ใบออกเป็นรัศมีติดผิวดิน รูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 8-10 ซม. ยาว 30-40 ซม. ก้านใบยาว 8-15 ซม. ท้องใบจะมีขนนิ่ม ๆ ในหน้าแล้งใบจะแห้งลงหัว บางครั้งเราก็เรียกว่าขมิ้นหัวขึ้น ดอก : ขมิ้นอ้อยจะออกดอกเป็นช่อ ก้านดอกยาวพุ่งออกจากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน ช่อดอกจะมีใบประดับ ดอกมีสีขาว ตรงปลายช่อดอกจะเป็นสีชมพู ส่วนดอกสีเหลืองจะบานจากล่างขึ้นข้างบน และจะบานครั้งละ 2-3 ดอก ส่วนที่ใช้ทำยา ใบ มีรสเฝื่อน ช่วยขับป...

เม็ดบัว..กินกันมะเร็งตับ

รูปภาพ
พืชผักผลไม้ หลายอย่างเรารู้ว่าดี แต่บางทีก็ลืม ๆ ไปว่าดีอย่างไร เหมือนกับเม็ดบัวรู้แต่ว่ายาจีน อาหาร จีนชอบใช้ คนไทยก็กินเม็ดบัวจากฝักสด ๆ เป็นของว่าง ของกินเล่น โดยเฉพาะของเด็ก ๆ แล้ววันหนึ่งก็รู้ว่า เม็ดบัวมีประโยชน์ขนาดกินป้องกันโรคมะเร็งตับได้อีกด้วย ของถูกและดีมีอยู่รอบตัวเราจริง ๆ อยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจหยิบใช้อย่างไร ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ข้อมูลว่า เม็ดบัวอัดแน่นด้วยสารอาหาร โดยมีสารอาหารเด่น ๆ ได้แก่ โปรตีน มีสูงถึงร้อยละ 23 ต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม จึงเป็นแหล่งโปรตีนเช่นเดียวกับการกินถั่วเหลือง มีการวิจัยพบว่าเม็ดบัวมีสารแอนติออกซแดนต์ในปรมาณสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ชะลอการเสื่อมของอวัยวะละผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ ทางการแพทย์แผนไทยเชื่อว่า เม็ดบัว ช่วยบำรุงกำลัง แก้โรคข้อต่าง ๆ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ส่วนแพทย์แผ่นจีนบอกว่า ช่วยบำรุงไต ม้าม หัวใจ และตับ ซึ่งตรงกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ระบุว่า สารแอนติออกซิแดนต์จะช่วยปกป้องและบำรุงตับ โดยเฉพาะตับที่ต้องขับสารแอฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับออกจากร่างกาย การกินเม็...

แตงกวาสารพัดประโยชน์

รูปภาพ
ผักเขียว ๆ ผลพอดีมือ ที่เรามักเอามาจิ้มน้ำพริก หรือพ่อค้าแม่ค้ามักหั่นใส่มาในอาหารกล่อง หรือบางคนเอามาฝานๆ แปะหน้าแปะตาเพิ่มความชุ่มชื้น มันยังมี ประโยชน์ มากกว่านั้นกับเจ้าแตงกวา แตงกวามีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 96 จึงมีคุณสมบัติแก้กระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยการกำจัดของเสียตกค้างในร่างกาย เปลือกแตงกวามีกากใยอาหาร และแร่ธาตุจำเป็น เช่น ซิลิก้า โพแทสเซียม โมลิบดีนั่ม แมงกานีส และแมกนีเซียม แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มีประโยชน์ ราคาถูก ประโยชน์ของแตงกวา จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกวายังมีเอ็นไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอ็นไซม์ชนิดนี้ จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสด ผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาด แทนน้ำแตงกวา ปัจจุบัน มีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อช่วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว ทั้งยังบำรุงเส้นผมให้มันเงา เล็บแข็งแรง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย น้ำแตงกวาสามารถช่วยในการดีท็อกซ์ เพราะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย และมีคุณสมบัติเป็นยาระบ...

ขึ้นฉ่าย ผักสวนครัว สมุนไพรมีกลิ่นหอม ประโยชน์และโทษของคื่นฉ่าย

รูปภาพ
คื่นฉ่าย หรือ ขึ้นฉ่าย ภาษาอังกฤษ เรียก Celery ผัก สมุนไพร ที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหาร ประโยชน์ของขึ้นฉ่ายมีอะไรบ้าง พืชสวนครัวที่ทุกคนรู้จัก สรรพคุณของขึ้นฉ่าย มากมาย เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงสมอง บำรุงกระดูก ผักขึ้นฉ่าย ประกอบด้วย วิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และเบตาแคโรทีน เป็นต้น ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร ดับกลิ่นคาวอาหาร ผักสมุนไพร ขึ้นฉ่าย คื่นฉ่าย สมุนไพร ต้นขึ้นฉ่าย เป็นผักที่ใบคล้ายกับผักชี แต่ใบใหญ่กว่าและมีกลิ่นฉุน ขึ้นฉ่าย ภาษาอังกฤษ Celery หลายคนเขียนว่า คื่นช่าย คื่นฉ่าย หรือ คึ่นไช่ ผักขึ้นฉ่ายมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Apium graveolens L. เป็นพืชตระกุลเดียวกับผักชี ชื่อเรียกอื่นๆของคื่นฉ่าย เช่น ผักข้าวปีน ผักปืน ผักปิ๋ม เป็นต้น คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย จากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของคื่นฉ่าย ขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 67 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม น้ำตาล 1.4 กรัม การใยอาหาร 1.6 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โปรตีน 0.7 กรัม น้ำ 95 กรัม วิตามินเอ 22 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.021 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 ...

ฟักทองหวานมัน ทำให้ตาหวานนะจ๊ะ

รูปภาพ
ฟักทอง เป็นพืชที่อุดมด้วยวิตามินเอสูงมาก ทานได้ทั้งผล และยอดอ่อน เท่านี้ก็อร่อยหวานมันอย่างบอกใคร แถมทำได้ทั้ง อาหาร หวาน อาคารคาว และแต่ความชอบของแต่ละครอบครัว สมัยเด็กคุณครูพร่ำสอนให้กินผักหลากสี ฟักทองสีเหลืองก็เป็นพืชสีแปลกตา โดดเด่นเรื่องช่วยบำรุงสายตาให้สวยหวานเหมือนรสชาติของฟักทอง และด้วยรสชาติหวานมันโดยธรรมชาติ ทำให้ผักแบบฟักทองกลายเป็นอาหารจานโปรดของหลายครอบครัวไปโดยปริยาย ก็มันทั้งอร่อยทั้งมีประโยชน์นี่นา แต่ใครจะรู้ล่ะว่า ฟักทองก็เอามาทำสตูได้อร่อยไม่แพ้เนื้อสัตว์อีกต่างหาก แล้วทำไมเขาเอามาทำสตูกันนะ เนื่องจากฟักทองอุดมด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารตั้งต้นในการผลิตวิตามินเอ ที่เป็นส่วนประกอบของอน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา ช่วยบำรุงดวงตาให้ชุ่มชื่น ป้องกันปัญหาตาแห้ง และเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นในเวลากลางคืน ยิ่งมีเมนูหลากหลาย ทานได้มากก็ยิ่งดี นอกจากฟักทองจะให้ความหวานฉ่ำให้ดวงตา สูตรผักชะลอวัยให้ตาหวานยังมีแครอท ตำลึง ผักโขม ผักบุ้ง ที่ให้สรรพคุณกับตาได้เหมือนกันด้วยที่สามารถเลือกมาทานบำรุงสายตากันได้ตามต้องการ

กล้วยหอม…ผลไม้มหัศจรรย์

รูปภาพ
มีผู้เชี่ยวชาญและนักโภชนาการจำนวนไม่น้อยที่ชอบแนะนำให้ทานกล้วยหอมเป็น อาหารเช้า เพื่อให้พลังงานดีๆ แก่ร่างกายก่อนที่จะเริ่มต้นวันใหม่ จะทานพร้อมน้ำนมถั่วเหลือง เสริมด้วยธัญพืชจำพวก งาดำ จมูกข้าวสาลี ซีเรียลอบกรอบ เติมความหวานด้วยน้ำผึ้งอีกซักช้อน ก็จะทำให้คุณพร้อมลุยงานได้ดี คุณประโยชน์ของกล้วยหอม • กล้วยหอม มีสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิ โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี สารเพ็กติน รวมถึงธาตุฟอสฟอรัสและแคลเซียม บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ยับยั้งการเกิดโรคต่างๆ ในช่องปาก ลดการเกิดตะคริว และยังเป็นผลไม้มีฤทธิ์เย็นช่วยผ่อนร้อนได้ • ในกล้อยหอมมีน้ำตาล 3 ชนิด คือ ซูโครส (sucrose) ฟรักโทส (fructose) และกลูโคส (glucose) ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที • กล้วยหอมยังมีประโยชน์ช่วยให้คลายความซึมเศร้า เพราะในกล้วยหอมมี กรดอะมิโนชื่อ Tryptophan ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็น Serotonin สารกระตุ้นที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้นนั่นเอง • วิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียมและแมกนีเซียมก็มีอยู่มากในกล้วยหอม ยังช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี...

ข้าวโพดสีม่วง หวาน หอม สวยมีประโยชน์

รูปภาพ
ธัญพืช มากคุณค่าอย่าง ข้าวโพด นี้ หลาย ๆ ท่านคงคุ้นเคยกับข้าวโพดสีเหลือง สีขาวทั่วๆ ไปกันอยู่แล้วนะคะแต่วันนี้จะเอาข้าวโพดพันธุ์สีม่วงสวยเหมือนพลอยสวยนี้มานำเสนอกัน ต้นกำเนิดของข้าวโพดสีม่วงนี้ เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง ประสบความสำเร็จในการพัฒนาและปลูกข้าวโพดเหนียวพันธุ์แฟนซีสีม่วง 111 และพันธุ์สีขาวม่วง 212 ซึ่งมีคุณสมบัติเยี่ยมด้านการต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดโอกาสการเกิดโรคร้ายอื่น ๆ ได้อีกมากมาย ในปัจจุบันทางศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตรัง กำลังแจกจ่ายเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดนี้ให้แก่เกษตรกรไปปลูกต่อๆ ไป และคาดว่าจะมีผู้บริโภคให้ความสนใจกันมากขึ้นเรื่อย ๆ และคาดว่ากำลังจะเป็นที่นิยมมากขึ้นในอนาคตด้วยค่ะ ข้าวโพดสีม่วงนี้มีรสชาติอร่อย เหนียวนุ่ม ไม่ติดฟัน แถมมีกลิ่นหอม แล้วก็มีคุณค่าทางอาหารสูงมาก ข้าวโพดสีม่วงพันธุ์ข้าวเหนียวนี้ มีสารแอนโทไซยานินส์ (Anthocyanins) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีหลายเท่า มีประสิทธิภาพสูงในการช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ เสริมให้ร่างกายต่อต้านเชื้อโรคและสมานแผล เสริมการทำงานของเม็ดเลือดแดง ชะลอกา...

สรรพคุณและประโยชน์ของแตงโมอ่อน

รูปภาพ
แตงโมอ่อน หรือบางคนก็เรียกเป็น ผักแตงโมอ่อนเป็นว่าใช้ในการปรุง อาหาร แต่จริง ๆ แล้ว แตงโมอ่อนก็คือ ผลไม้แตงโม เนี่ยแหละเพียงแต่แตงโมอ่อนนั้นยังเป็นเด็กอยู่ยังไม่โตจนเป็นเนื้อแดง ๆ ให้เรารับประทานนั่นเอง ซึ่งอาจจะมีหลาย ๆ ท่านที่ไม่เคยรับประทานแตงโมอ่อนนี้ แต่หารู้ไม่ว่า สรรพคุณของแตงโมอ่อน และ ประโยชน์ของแตงโมอ่อน นั้นมีมากมายเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจำพวกของสรรพคุณสมุนไพรไทยที่นับว่าดีต่อร่างกายของคนเรามากมายเลยทีเดียว และวันนี้เราก็นำ สรรพคุณของแตงโมอ่อน และ ประโยชน์ของแตงโมอ่อน มาฝากกันอีกเช่นเคยสำรับคุณรักสุขภาพก็ห้ามพลาดกันเลยทีเดียว คุณค่าทางอาหารของแตงโมอ่อน แตงโมอ่อน 100 กรัม ให้พลังงาน 11 กิโลแคลอรี จะประกอบด้วย โปรตีน 0.4 กรัม ไขมัน 0.1 กรัม แคลเซียม 2 มิลลิกรัม คาร์โบไฮเดรต 2.2 กรัม ฟอสฟอรัส 8 มิลลิกรัม วิตามินบี1 0.03 มิลลิกรัม เหล็ก 0.4 มิลลิกรัม ไนอะซิน 0.3 มิลลิกรัม วิตามินบี2 0.03 มิลลิกรัม วิตามินซี 28 มิลลิกรัม ประโยชน์ของแตงโมอ่อน ผลอ่อนจะนิยมนำมา ต้มจืด ต้มจิ้มน้ำพริก แกงส้ม แกงเลียง อุดมไปด้วยวิตามินซีและฟอสฟอรัสเหมาะเป็นอาหารลดความอ้วน เพราะให้พลังงานต่ำสาร...

ขมิ้นชัน: กินถูกเวลารักษาถูกโรค

รูปภาพ
ขมิ้นชัน เป็น สมุนไพร ยอดนิยมที่มีสรรพคุณทางยา และมีคุณค่าทางโภชนาการ คนโบราณมักนำขมิ้นชันมาประกอบอาหาร เพราะมีวิตามินเอ ซี และอี ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยลดไขมันในตับ ป้องกันการเกิดมะเร็งในตับ ช่วยสมานแผลในกระเพาะอาหาร และทำความสะอาดลำไส้ นอกจากนี้ยังช่วยเปลี่ยนไขมันให้เป็นกล้ามเนื้อ รวมทั้งช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายอีกด้วย แต่การกินขมิ้นชันเพื่อให้ได้ผลดีนั้น ควรกินให้ตรงกับเวลาที่อวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเปิดการทำงาน ซึ่งจะให้ผลในด้านการบำรุงรักษา รวมทั้งแก้ไข และฟื้นฟูระบบของอวัยวะนั้นๆ เรียกว่า กินถูกเวลาก็รักษาถูกโรค ดังนี้ เวลา 03.00 – 05.00 น. เป็นช่วงเวลาของปอด การกินขมิ้นชันในช่วงเวลานี้จึงช่วยบำรุงปอด ช่วยทำให้ปอดแข็งแรง รวมทั้งช่วยในเรื่องภูมิแพ้ และช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผิวหนัง เวลา 05.00 – 07.00 น. เป็นช่วงเวลาของลำไส้ใหญ่ การกินขมิ้นชันในช่วงเวลานี้เป็นประจำจะช่วยฟื้นฟูปลายประสาทของลำไส้ใหญ่ ช่วยให้บีบรัดตัวเพื่อให้การขับถ่ายเป็นปกติ เวลา 07.00 – 09.00 น. เป็นเวลาของกระเพาะอาหาร ขมิ้นชันที่กินในเวลานี้จะช่วยแก้ปัญหาเกี่ยวกับกระเพาะอาหารซึ่งเกิ...

ผักโขมผักพื้นบ้านชั้นดี

รูปภาพ
พืชผัก พื้นบ้านชั้นดีของคนไทย ที่ปู่ย่าตาทวดของเรารู้จักกินและใช้ ประโยชน์ มานาน บางท้องที่เรียกว่า “ผักขม” บางคนก็เรียกว่า ผักโขมบ้าน หรือ Amaranth เป็นพืชล้มลุกพุ่มเตี้ยที่แตกกิ่งเล็กกิ่งน้อยออกไปมากมาย พร้อมกับมีหนามแหลมคมซ่อนไว้ที่ซอกใบ มีทั้งแบบที่ลำต้นเป็นสีเขียว และลำต้นเป็นสีน้ำตาลแดง ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่ ขอบใบหยักเล็กน้อย ดอกออกเป็นช่อสีม่วงปนเขียว เมล็ดมีขนาดเล็กเป็นสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ ผักพื้นบ้านชั้นดีจากแดนอีสาน มากด้วยกากใย และเบต้าแคโรทีนที่ซ่อนไว้ในความขม ชาวพื้นเมืองโบราณของเม็กซิโกนาม “แอสแท็ก” รู้จักและกินเจ้าผักโขมนี้กันมานานเกินกว่า 2,000 ปีแล้ว แต่เขากินเมล็ดกัน ส่วนพี่ไทยเราชอบใบเขียวๆ ที่อุดมด้วยวิตามินเอ กรดอะมิโน และสารอาหารตัวสำคัญๆ ไว้อย่างสุดยอด ในแง่ของคุณค่าทางโภชนาการแล้ว ถือว่าเป็นที่สุดของพืชผักสมุนไพรอีกชนิดหนึ่ง เพราะมากด้วยสารอาหารสำคัญไว้อย่างเพียบพร้อมทุกตัว และแต่ละตัวก็มีปริมาณสูงมาก อย่างวิตามินซีที่ให้ถึง 120 มก. ฟอสฟอรัสสูงถึง 76 มก. และแคลเซียม 341 มก. ในปริมาณแค่ 100 กรัมเท่านั้น นี่ยังไม่รวมธาตุอื่นๆ อย่างโปรตีน วิตามินบี 1-บี 2 หรือธาต...

กระเทียมดีอย่างไร

รูปภาพ
“ กระเทียม ” เป็นพืชล้มลุกชนิดมีหัวอยู่ใต้ดิน หัวจะประกอบไปด้วยกลีบเรียงซ้อนกันประมาณ 4 - 10 กลีบ บางพันธุ์จะมีเพียงกลีบเดียว เรียกว่า “กระเทียมโทน” กลีบมีกาบเป็นเยื่อบางๆ สีขาวอมชมพูหุ้มอยู่โดยรอบ กระเทียมเป็นพืชที่มีรากไม่ยาวนัก ใบมีลักษณะแบนยาว ปลายใบแหลม ที่โคนจะมีใบหุ้มซ้อนกัน ออกดอกเป็นช่อสีขาวติดเป็นกระจุกที่ปลายก้านช่อ หลายคนรู้จักกระเทียมในฐานะสมุนไพรที่มีกลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อน และมีสารอาหารที่สำคัญ ประกอบด้วย กรดไขมัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต น้ำตาล กรดอะมิโน เหล็ก แคลเซียม วิตามินบี 1 บี 2 และวิตามินซี นอกจากนี้ กำมะถัน ที่อยู่ในกระเทียมยังช่วยยับยั้งการเกิดสารไนโตรซามีนซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง รวมทั้งมีซีลีเนียมที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งที่อวัยวะต่างๆ ได้อีกด้วย สำหรับสรรพคุณของกระเทียมก็มีอยู่มากมายเช่นกัน โดยการทานกระเทียมทั้งสดหรือแห้งเป็นประจำ จะสามารถป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตัน และกล้ามเนื้อหัวใจหยุดทำงานเฉียบพลันได้ นอกจากนี้ ยังช่วยลดปริมาณคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ช่วยลดความดันโลหิต รวมทั้งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเส้นเลือดให้เป็นปกติได้ ยัง...

พริก ประโยชน์ที่มากกว่าความเผ็ด

รูปภาพ
วันนี้มาพูกถึง พืชผักสมุนไพร ที่อยู่คู่ครัวไทยมานานแสนนานกันดีกว่าค่ะนั่นก็คือ พริก นั่นเอง เพราะว่านอกจากว่ามันนั้นจะช่วยเพิ่มความแซ่บให้กับอาหารของคุณแล้ว มันยังช่วยในเรื่องของความอร่อยของอาหาร เจริญอาหารมากขึ้น อีกทั้งนอกจาความเผ็ดและความอร่อยของมันนั้น พริกนั้นยังมีมากกว่านั้น เรามาดูกันดีกว่าค่ะ ว่าพริกนั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง ที่ไม่ใช่แค่ความเผ็ด - พริกนั้น สามารถช่วยเราในเรื่องของการหายใจเวลาที่เรานั้น เป็นไข้หวัด เพราะว่าในพริกมีสารแคปไซซิน ซึ่งเจ้าสารนี้จะช่วยในเรื่องของการลดน้ำมูกและอีกทั้งยังลดในเรื่องของปริมาณสารที่ขัดขวางระบบการหายใจ ทั้งในผู้ป่วยที่เป็นไข้หวัด ไซนัส หรือโรคภูมิแพ้ต่างๆ ช่วยบรรเทาอาการไอ - พริกสามารถช่วยในเรื่องของการอุดดันในเส้นเลือดได้อีกด้วย อีกทั้งยังช่วยลดการเสียชีชีวิตอันเนื่องมาจากเส้นเลือดที่ไปเลี้ยงสมองอุดตัน เพราะว่า การที่เรารับประทานอาหารที่มีพริกเป็นส่วนประกอบนั้นจะสามารถช่วยลดอัตราความเสี่ยงจากการอุดตันของเส้นเลือด นับเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดโรคหัวใจล้มเหลว เนื่องจากพริกช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้นและช่วยลดความดันอีกด้วย - พริกสามา...

ดีปลี...ขับลมได้ แก้ไอดี

รูปภาพ
ชื่อทั่วไปเรียกว่า ดีปลี แต่ก็มีชื่ออื่นด้วย คือ จาวาลองเปปเปอร์ (Java long pepper) และทางภาคใต้ของเราเรียกว่า ดีปลีเชือก ลักษณะทั่วไป • เป็นไม้เถารากฝอยออกบริเวณข้อเพื่อใช้ยึดเกาะ ใบเดี่ยว รูปไข่แกมขอบขนาน กว้าง 3-5 เซนติเมตร ยาว 7-10 เซนติเมตร สีเขียวเข้มเป็นมัน ดอก ช่อ ออกที่ซอกใบ ดอกย่อยกันแน่น แยกเพศ ผล เป็นผลสด มีสีเขียว เมื่อสุกจะเปลี่ยนเป็นสีแดง มีรสชาติเผ็ดร้อน ลักษณะของสมุนไพร/เครื่องยา ผลที่มีลักษณะคล้ายดอกยาวประมาณ 2 นิ้ว มีสีน้ำตาล หรือเป็นรากที่ติดตามข้อของเถาที่พันเลื้อยมีสีน้ำตาล ส่วนที่ใช้และสรรพคุณ • ผลที่แก่จัดยังไม่สุก ใช้ตากแห้งเป็นยาขับลม บำรุงธาตุ แก้ท้องเสีย ขับรถหลังคลอด โดยใช้ผล 1 กำมือ หรือประมาณ 10-15 ผล ต้มเพื่อเอาน้ำดื่ม • นอกจากนี้ยังใช้เป็นยาแก้ไอ โดยเอาผลแห้งครึ่งผล นำมาฝนกับมะนาวแทรกเกลือใช้กวาดคอ หรือจิบบ่อย ๆ สมุนไพรพื้นบ้านถ้ารู้จักจดจำ ก็มียาดี ๆ ให้เราเลือกหยิบมาใช้ได้ประโยชน์แบบพึ่งพาตนเองได้สบาย แถมไม่ต้องระวังผลข้างเคียงจากยาแผนปัจจุบันให้เหนื่อยใจเสียอีกด้วย

ประโยชน์ของแครอทต่อสุขภาพตา

รูปภาพ
แครอท (Carrot) ช่วยบำรุงสายตา เพราะในแครอทมีสารเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นหนึ่งในวิตามินที่ร่างกายต้องการ อีกทั้งมี ประโยชน์ ที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงสายตาของเราด้วย โดยเฉพาะเนื้อเยื่อชั้นในของดวงตา หรือที่เรียกว่า เรติน่า ซึ่งการที่ได้รับประทานแครอทบ่อย ๆ ยังช่วยถนอมดวงตาให้สามารถมองเห็นอย่างปกติไปได้อีกนาน เพราะแครอท (Carrot) อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์หลายชนิด เช่น เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินซี วิตามินอี ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก และยังมีสารสำคัญคือสาร “ฟอลคารินอล” (falcarinol) ซึ่งช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง เป็นต้น วิตามินและสารอาหารที่สำคัญของแครอท ต่อ 100 กรัม เช่น - วิตามินเอ 835 ไมโครกรัม 104% ต่อ 100 กรัม - เบต้าแคโรทีน 8,285 ไมโครกรัม 77% ต่อ 100 กรัม - ลูทีน และ ซีแซนทีน 256 ไมโครกรัม - ธาตุแคลเซียม 33 มิลลิกรัม 3% - วิตามินซี 5.9 มิลลิกรัม 7% - วิตามินอี 0.66 มิลลิกรัม 4% เป็นต้น ประโยชน์ของแครอท ช่วยบำรุงและรักษาสายตา รักษาโรคตาฟาง และต้อกระจก มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งมีส่วนช่วยในการชะลอวัย และกา...

มะเขือเปราะ บำรุงหัวใจ

รูปภาพ
มะเขือเปราะ ผักที่ใส่คู่หูกับเจ้า แกงเขียวหวาน นั้น เชื่อว่าทุกคนคงจะรู้จักกันดีนะคะ บางคนก็ชอบทาน บางคนก็เลือกที่จะไม่ทานและเขี่ยมันทิ้งออกไปจากชามแกงเขียวหวาน แต่ในคนที่ชอบทานนั้น อาจจะทานคู่กันกับ น้ำพริกกะปิ อาจจะจิ้มทั้งสดๆหรือเผาแล้ว ก็แล้วแต่ชอบ ทั้งนี้อยากจะให้ทราบว่า นอกจากความอร่อยแล้ว มะเขือเปราะผักพื้นบ้านนั้น สรรพคุณไม่พื้นบ้านจริงๆค่ะ ยังไม่เพียงเท่านั้นนะคะ เพราะว่าบางคนยังนิยมที่จะนำเจ้ามะเขือเปราะนั้นมาใส่ในยำอีกด้วย อร่อยมามายขนาดนี้แล้ว ดังนั้นคุณจึงไม่สมควรปล่อยให้มะเขือเปราะต้องวางทิ้งอยู่ข้างจานอีกต่อไปแล้ว ต่อมาเรามากล่าวกันต่อค่ะ ในเรื่องของประโยชน์มะเขือเปราะนั้นก็มีมากทีเดียว โดยในอินเดียนั้นจะนำมะเขือเปราะมาทำเป็นยา โดยผลมะเขือเปราะนั้นจะช่วยขับพยาธิ ลดการอักเสบ ช่วยย่อยอาหารและช่วยในการขับถ่าย ซึ่งในเรื่องของประโยชน์จากมะเขือเปราะนั้น ได้ยังมีการวิจัยยืนยันอีกด้วยนะคะว่า ทางงานวิจัยนั้นได้พบว่าผลมะเขือเปราะมีฤทธิ์ลดการบีบตัวกล้ามเนื้อเรียบ ต้านมะเร็ง บำรุงหัวใจ และลดความดันเลือด และยังลดปริมาณน้ำตาลในเลือดสำหรับผู้ที่เป็นเบาหวานได้อีกด้วย โดยสารสกัดจากมะ...