บทความ

ผักคราดหัวแหวน : สมุนไพรสารพัดประโยชน์

รูปภาพ
ผักคราดหัวแหวน เป็น สมุนไพร ที่ชอบขึ้นในที่ชื้นแฉะ มีดอกสวย จึงนำมาปลูกเป็นไม้ดอกไม้ประดับได้ สามารถพบได้ในทุกภาคของไทย ส่วนที่ได้ชื่อว่า “ผักคราดหัวแหวน” นั้น เป็นเพราะมีลักษณะคล้ายหัวแหวน แต่บางคนจะเรียกว่า “ดอกกระดุมทอง” หรือ “ดอกตุ้มหู” ซึ่งก็แล้วแต่ว่าใครจะมองเห็นว่าคล้ายเครื่องประดับชนิดใด และที่ได้ชื่อว่าเป็น “ผัก” นั้น ก็เพราะยอดอ่อนกับใบอ่อนสามารถนำมากินแกล้มกับน้ำพริกและลาบได้ ส่วนคนในภาคเหนือมักนำไปทำเป็นแกงแค คนอีสานจะเอาไปใส่ในอ่อมปลา และอ่อมกบ ส่วนคนทางใต้จะนำผักคราดไปแกงร่วมกับหอยและปลา ซึ่งจะให้รสเผ็ด ชาลิ้น และหวานขม อย่างไรก็ดี สรรพคุณของผักคราดหัวแหวนซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีคือ มีฤทธิ์เป็นยาชา และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ จึงมักนำมาใช้เป็นยาแก้ปวดฟัน นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นให้น้ำลายออกมามาก จึงช่วยให้การย่อยอาหารในปากและกระเพาะอาหารดีขึ้น รวมทั้งช่วยรักษาอาการต่อมน้ำลายอักเสบได้ด้วย ที่สำคัญคือ สารสไปแลนทอล (Spilanthol) ในผักคราดหัวแหวนยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อปรสิตในกระแสเลือดได้ จึงช่วยป้องกันโรคมาลาเรีย นอกจากนี้ รสเผ็ดร้อนของผักคราดหัวแหวนยังช่วยในการขับลม และรักษาอาการท้...

“ขมิ้นอ้อย” ยอดสมุนไพรที่ควรรู้จัก

รูปภาพ
ขมิ้นอ้อย เป็น สมุนไพร ที่หลายคนรู้จักกันดี โดยมีชื่อเรียกต่าง ๆ กันไปตามแต่ละภาค คือถ้าเป็นภาคกลางจะเรียก "ว่านเหลือง" ถ้าเป็นภาษาละว้าจะเรียก "สากเบือ" ภาษาเหนือเรียก "ขมิ้นขึ้น"เชียงใหม่เรียก "แฮ้วดำ" ภาษาเขมรเรียก "ละเมียด" ชื่อวิทยาศาสตร์ : Curcuma zedoaria (Berg) Roscoe ชื่อสามัญ : Zedoary, Luya-Luyahan วงศ์ : Zingiberaceae ลักษณะของ ขมิ้นอ้อย ต้น : ขมิ้นอ้อย เป็นไม้ล้มลุกสูง 50-70 ซม. ลักษณะคล้ายขมิ้นชัน แต่ต้นสูงกว่า ขนาดเหง้าและใบใหญ่กว่า โดยเหง้าใต้ดินจะโผล่ขึ้นมาเหนือดินเล็กน้อย มีเนื้อในสีเหลืองอมส้ม กลีบดอกสีนวล มีกลิ่นหอม ใบ : ใบออกเป็นรัศมีติดผิวดิน รูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 8-10 ซม. ยาว 30-40 ซม. ก้านใบยาว 8-15 ซม. ท้องใบจะมีขนนิ่ม ๆ ในหน้าแล้งใบจะแห้งลงหัว บางครั้งเราก็เรียกว่าขมิ้นหัวขึ้น ดอก : ขมิ้นอ้อยจะออกดอกเป็นช่อ ก้านดอกยาวพุ่งออกจากเหง้าที่อยู่ใต้ดิน ช่อดอกจะมีใบประดับ ดอกมีสีขาว ตรงปลายช่อดอกจะเป็นสีชมพู ส่วนดอกสีเหลืองจะบานจากล่างขึ้นข้างบน และจะบานครั้งละ 2-3 ดอก ส่วนที่ใช้ทำยา ใบ มีรสเฝื่อน ช่วยขับป...

เม็ดบัว..กินกันมะเร็งตับ

รูปภาพ
พืชผักผลไม้ หลายอย่างเรารู้ว่าดี แต่บางทีก็ลืม ๆ ไปว่าดีอย่างไร เหมือนกับเม็ดบัวรู้แต่ว่ายาจีน อาหาร จีนชอบใช้ คนไทยก็กินเม็ดบัวจากฝักสด ๆ เป็นของว่าง ของกินเล่น โดยเฉพาะของเด็ก ๆ แล้ววันหนึ่งก็รู้ว่า เม็ดบัวมีประโยชน์ขนาดกินป้องกันโรคมะเร็งตับได้อีกด้วย ของถูกและดีมีอยู่รอบตัวเราจริง ๆ อยู่ที่ว่าเราจะใส่ใจหยิบใช้อย่างไร ภาควิชาเทคโนโลยีอาหาร มหาวิทยาลัยศิลปากร ให้ข้อมูลว่า เม็ดบัวอัดแน่นด้วยสารอาหาร โดยมีสารอาหารเด่น ๆ ได้แก่ โปรตีน มีสูงถึงร้อยละ 23 ต่อน้ำหนักแห้ง 100 กรัม จึงเป็นแหล่งโปรตีนเช่นเดียวกับการกินถั่วเหลือง มีการวิจัยพบว่าเม็ดบัวมีสารแอนติออกซแดนต์ในปรมาณสูง ซึ่งสารนี้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ชะลอการเสื่อมของอวัยวะละผิวพรรณ ป้องกันมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตับ ทางการแพทย์แผนไทยเชื่อว่า เม็ดบัว ช่วยบำรุงกำลัง แก้โรคข้อต่าง ๆ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ส่วนแพทย์แผ่นจีนบอกว่า ช่วยบำรุงไต ม้าม หัวใจ และตับ ซึ่งตรงกับงานวิจัยในต่างประเทศที่ระบุว่า สารแอนติออกซิแดนต์จะช่วยปกป้องและบำรุงตับ โดยเฉพาะตับที่ต้องขับสารแอฟลาท็อกซิน ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดมะเร็งตับออกจากร่างกาย การกินเม็...

แตงกวาสารพัดประโยชน์

รูปภาพ
ผักเขียว ๆ ผลพอดีมือ ที่เรามักเอามาจิ้มน้ำพริก หรือพ่อค้าแม่ค้ามักหั่นใส่มาในอาหารกล่อง หรือบางคนเอามาฝานๆ แปะหน้าแปะตาเพิ่มความชุ่มชื้น มันยังมี ประโยชน์ มากกว่านั้นกับเจ้าแตงกวา แตงกวามีน้ำเป็นองค์ประกอบถึงร้อยละ 96 จึงมีคุณสมบัติแก้กระหาย และเพิ่มความชุ่มชื้น และช่วยการกำจัดของเสียตกค้างในร่างกาย เปลือกแตงกวามีกากใยอาหาร และแร่ธาตุจำเป็น เช่น ซิลิก้า โพแทสเซียม โมลิบดีนั่ม แมงกานีส และแมกนีเซียม แตงกวาเป็นสมุนไพร ที่หาง่าย มีประโยชน์ ราคาถูก ประโยชน์ของแตงกวา จะมีวิตามินสูง ในผลแตงกวายังมีเอ็นไซม์ cryssin ซึ่งช่วยย่อยโปรตีนได้ เอ็นไซม์ชนิดนี้ จะช่วยย่อยผิวหนังที่หยาบกร้าน ให้หลุดออกไป เพื่อให้ผิวใหม่ที่อ่อนนุ่ม เกิดขึ้นมาแทนที่ บางคนใช้แตงกวาสด ผ่าเป็นชิ้นบางๆ วางบนใบหน้าที่ล้างสะอาด แทนน้ำแตงกวา ปัจจุบัน มีน้ำแตงกวาผสมในเครื่องสำอาง เช่น ครีมล้างหน้า ครีมทาตัว เพื่อช่วยให้ผิวไม่หยาบกร้าน และช่วยสมานผิว ทั้งยังบำรุงเส้นผมให้มันเงา เล็บแข็งแรง และฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ด้วย น้ำแตงกวาสามารถช่วยในการดีท็อกซ์ เพราะมีฤทธิ์ขับปัสสาวะและสารพิษต่างๆ ออกจากร่างกาย และมีคุณสมบัติเป็นยาระบ...

ขึ้นฉ่าย ผักสวนครัว สมุนไพรมีกลิ่นหอม ประโยชน์และโทษของคื่นฉ่าย

รูปภาพ
คื่นฉ่าย หรือ ขึ้นฉ่าย ภาษาอังกฤษ เรียก Celery ผัก สมุนไพร ที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาใช้ในการปรุงอาหาร ประโยชน์ของขึ้นฉ่ายมีอะไรบ้าง พืชสวนครัวที่ทุกคนรู้จัก สรรพคุณของขึ้นฉ่าย มากมาย เช่น มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอวัย บำรุงสมอง บำรุงกระดูก ผักขึ้นฉ่าย ประกอบด้วย วิตามินหลายชนิด เช่น วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และเบตาแคโรทีน เป็นต้น ช่วยเพิ่มรสชาติอาหาร ดับกลิ่นคาวอาหาร ผักสมุนไพร ขึ้นฉ่าย คื่นฉ่าย สมุนไพร ต้นขึ้นฉ่าย เป็นผักที่ใบคล้ายกับผักชี แต่ใบใหญ่กว่าและมีกลิ่นฉุน ขึ้นฉ่าย ภาษาอังกฤษ Celery หลายคนเขียนว่า คื่นช่าย คื่นฉ่าย หรือ คึ่นไช่ ผักขึ้นฉ่ายมีชื่อวิทยาศาสตร์ ว่า Apium graveolens L. เป็นพืชตระกุลเดียวกับผักชี ชื่อเรียกอื่นๆของคื่นฉ่าย เช่น ผักข้าวปีน ผักปืน ผักปิ๋ม เป็นต้น คุณค่าทางโภชนาการของขึ้นฉ่าย จากการศึกษาคุณค่าทางโภชนาการของคื่นฉ่าย ขนาด 100 กรัม ให้พลังงาน 67 กิโลแคลอรี มีสารอาหารสำคัญ ประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต 3 กรัม น้ำตาล 1.4 กรัม การใยอาหาร 1.6 กรัม ไขมัน 0.2 กรัม โปรตีน 0.7 กรัม น้ำ 95 กรัม วิตามินเอ 22 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.021 มิลลิกรัม วิตามินบี 2 ...

ฟักทองหวานมัน ทำให้ตาหวานนะจ๊ะ

รูปภาพ
ฟักทอง เป็นพืชที่อุดมด้วยวิตามินเอสูงมาก ทานได้ทั้งผล และยอดอ่อน เท่านี้ก็อร่อยหวานมันอย่างบอกใคร แถมทำได้ทั้ง อาหาร หวาน อาคารคาว และแต่ความชอบของแต่ละครอบครัว สมัยเด็กคุณครูพร่ำสอนให้กินผักหลากสี ฟักทองสีเหลืองก็เป็นพืชสีแปลกตา โดดเด่นเรื่องช่วยบำรุงสายตาให้สวยหวานเหมือนรสชาติของฟักทอง และด้วยรสชาติหวานมันโดยธรรมชาติ ทำให้ผักแบบฟักทองกลายเป็นอาหารจานโปรดของหลายครอบครัวไปโดยปริยาย ก็มันทั้งอร่อยทั้งมีประโยชน์นี่นา แต่ใครจะรู้ล่ะว่า ฟักทองก็เอามาทำสตูได้อร่อยไม่แพ้เนื้อสัตว์อีกต่างหาก แล้วทำไมเขาเอามาทำสตูกันนะ เนื่องจากฟักทองอุดมด้วยเบต้าแคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารตั้งต้นในการผลิตวิตามินเอ ที่เป็นส่วนประกอบของอน้ำหล่อเลี้ยงดวงตา ช่วยบำรุงดวงตาให้ชุ่มชื่น ป้องกันปัญหาตาแห้ง และเพิ่มประสิทธิภาพการมองเห็นในเวลากลางคืน ยิ่งมีเมนูหลากหลาย ทานได้มากก็ยิ่งดี นอกจากฟักทองจะให้ความหวานฉ่ำให้ดวงตา สูตรผักชะลอวัยให้ตาหวานยังมีแครอท ตำลึง ผักโขม ผักบุ้ง ที่ให้สรรพคุณกับตาได้เหมือนกันด้วยที่สามารถเลือกมาทานบำรุงสายตากันได้ตามต้องการ

กล้วยหอม…ผลไม้มหัศจรรย์

รูปภาพ
มีผู้เชี่ยวชาญและนักโภชนาการจำนวนไม่น้อยที่ชอบแนะนำให้ทานกล้วยหอมเป็น อาหารเช้า เพื่อให้พลังงานดีๆ แก่ร่างกายก่อนที่จะเริ่มต้นวันใหม่ จะทานพร้อมน้ำนมถั่วเหลือง เสริมด้วยธัญพืชจำพวก งาดำ จมูกข้าวสาลี ซีเรียลอบกรอบ เติมความหวานด้วยน้ำผึ้งอีกซักช้อน ก็จะทำให้คุณพร้อมลุยงานได้ดี คุณประโยชน์ของกล้วยหอม • กล้วยหอม มีสารอาหารที่จำเป็นและมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมาย อาทิ โปรตีน วิตามินเอ วิตามินซี สารเพ็กติน รวมถึงธาตุฟอสฟอรัสและแคลเซียม บำรุงสายตาให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น ยับยั้งการเกิดโรคต่างๆ ในช่องปาก ลดการเกิดตะคริว และยังเป็นผลไม้มีฤทธิ์เย็นช่วยผ่อนร้อนได้ • ในกล้อยหอมมีน้ำตาล 3 ชนิด คือ ซูโครส (sucrose) ฟรักโทส (fructose) และกลูโคส (glucose) ช่วยให้พลังงานแก่ร่างกายพร้อมนำไปใช้ทันที • กล้วยหอมยังมีประโยชน์ช่วยให้คลายความซึมเศร้า เพราะในกล้วยหอมมี กรดอะมิโนชื่อ Tryptophan ซึ่งร่างกายจะเปลี่ยนเป็น Serotonin สารกระตุ้นที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย อารมณ์สดใสและมีความสุขมากยิ่งขึ้นนั่นเอง • วิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียมและแมกนีเซียมก็มีอยู่มากในกล้วยหอม ยังช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี...